เปิดชีวิตปัจจุบัน “ตู่ นพพล” ในวัยเลข 7 ขอใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ

ต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องราวอีกหนึ่งเรื่อง ที่ชาวเน็ตทั่วฟ้าเมองไทยกำลังให้ความสนใจ สำหรับเรื่องราวชีวิตของคุณ “ตู่ นพพล” นักแสดงผู้จัด-ผู้กำกับละครมากฝีมือ ผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายทศวรรษ ปัจจุบันในวัย 68 ปี คอยเคียงข้าง “ซ้อนุช” ช่วยประคองเดิน-จูงรถเข็น

ก็ยังคงมีผลงานการแสดงและผลงานการเป็นผู้จัด-ผู้กำกับละครอยู่ นอกจากนี้เป็นที่ทราบกันดีกว่า ‘อาตู่ นพพล โกมารชุน’ ครองรักกับ ‘ซ้อนุช ปรียานุช ปานประดับ’ มานาน 30 กว่าปีแล้ว และไม่มีทายาทด้วยกัน นอกจากนี้ ‘อาตู่ นพพล โกมารชุน’ ยังได้ออกมาเปิดใจถึงชีวิต

ปัจจุบันที่มีแพลนวางมือจากวงการบันเทิงแล้วไปใช้ชีวิตที่เมืองเหนือ จังหวัดเชียงราย โดย ‘อาตู่ นพพล โกมารชุน’ เผยว่า รอวันถึงวัย 70 เมื่อไหร่

ก็ย่อมรู้สังขารตัวเองดี อีกทั้งยังคอยเคียงข้าง ‘ซ้อนุช ปรียานุช ปานประดับ’ ภรรยามาโดยตลอด เพราะภรรยามีปัญหาสุขภาพ เพิ่งจะเริ่มเดินเอง

ได้โดยไม่ต้องประครองเดิน หรือนั่งรถเข็น โดย ‘อาตู่ นพพล โกมารชุน’ เล่าว่า “สำหรับกำกับกับการเป็นผู้จัดคิดว่าไม่น่าจะเกิน 3-4 ปีนี้ก็ว่าจะเริ่มถอย

เพราะว่าแรงเริ่มถอยเหมือนรู้ตัวดี รู้สังขารเราเป็นยังไง เมื่อไหร่ถึงเลข 7 ก็น่าจะถอยได้แล้ว แต่การแสดงไม่หยุดแน่นอน ไม่มีวันหยุด ยังไงก็ยังชอบการแสดง”

เห็นว่าอาจะไปอยู่เชียงรายเป็นหลัก ถ้าสมมติไม่มีงานแสดงหรืออะไรก็แล้วแต่ “ใช่ครับ ต้องการอยู่กับธรรมชาติให้ได้มากที่สุด อาตู่ว่าชีวิตในเมือง เป็นชีวิต

ที่ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ เราตื่นมา เราก็เห็นแต่ตึก เห็นแต่รถติด ฝุ่น ควันทั้งหลาย อยู่ตรงนั้นอาตู่ก็จะมีความสุขกับสัตว์เลี้ยงต่างๆ แล้วก็ต้นไม้ ดอกไม้”

เนื่องด้วยชีวิตที่การทำงานในวงการบันเทิง ต้องบุกป่าฝ่าดงตลอด ทั้งนี้ ‘อาตู่ นพพล โกมารชุน’ ยังได้เผยประสบการณ์ว่า “อาตู่เป็นคนไม่ชอบถ่ายหนัง

ในเมือง มันค่อนข้างน่าเบื่อมาก บางคนมาสายเพราะรถติด อะไรต่างๆ กว่าจะได้เริ่มงาน ในป่าเรามีชีวิตตรงนั้น มันอยู่กับความบริสุทธิ์ธรรมชาติ ถึงแม้ว่าปัญหา

อุปสรรคมันจะเยอะมาก ทั้งน้ำ ทั้งอากาศ” อาปรับตัวยังไงกับยุคปัจจุบัน? “มันก็เหนื่อยมากนะ เพราะบางทีสิ่งที่เราชอบมันไม่ถูกกับความต้องการของคนดู

แต่ก็ต้องพยายาม อย่างน้อยให้ได้แทรกไปสักนิดนึง หยอดเข้าไปสักหน่อย ต้องมีตลอด” ตอนคุณอาเจอปัญหาหนักๆ ในชีวิต คนที่อยู่ข้างกายของคุณอาคือ

‘พี่นุช’ “ครับ เราสองคนช่วยกัน เพราะถ้ามันมีอะไรกระทบขึ้นมากับสังกัด ก็หมายถึงกระทบทั้งคู่ แต่พี่นุชเขาเป็นคนที่สู้ ถ้าไม่อย่างนั้นเขามาไม่ถึงตรงนี้หรอก

ที่เขาสู้กับปัญหาสุขภาพ ของเขาทั้งหลาย เขาก็สู้มาเป็นเวลานานหลายปี เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเราหันหน้าเข้าหากันก่อน คุยกันว่าเราจะแก้ปัญหายังไง แล้วก็เป็นกำลังใจ

ให้กันและกัน ซึ่งตอนนี้ เขาแข็งแรงขึ้นมาก จากที่เคยเดินไม่ได้อยู่ 2 ปี แล้วก็ไปรักษาจนกระทั่งเดินได้ เราก็อยู่ใกล้ชิดให้มากที่สุด เพราะคิดว่าการที่อยู่ใกล้ชิดกัน ได้กอดกันมันคือการส่งพลังให้กันและกัน”

Leave a Reply

Your email address will not be published.